PM2.5 คืออะไร ? รู้ทันแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศและวิธีรับมือ

รู้หรือไม่ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินงานอย่างไร? เรียนรู้วิธีการควบคุมและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ อ่านต่อ
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร และแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร และแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง

ประเด็นสำคัญ

  • PM 2.5 การตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นมาตรการสำคัญตามข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนรอบข้าง
  • การจัดทำรายงานวิเคราะห์และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
  • การเลือกใช้บริการห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตรฐานและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ช่วยรับประกันความแม่นยำของผลการตรวจวัดค่ามลพิษต่าง ๆ ทั้งทางอากาศและน้ำ
  • การควบคุมระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และคุณภาพน้ำ ควบคู่กับการตรวจวัดฝุ่น ช่วยให้สถานประกอบการสามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบวงจร

การควบคุมและตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ในพื้นที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ กลายเป็นข้อบังคับทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้พัฒนาโครงการและผู้ประกอบการอย่างมาก เนื่องจากความล่าช้าในการจัดการหรือค่าฝุ่นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานอาจนำไปสู่การร้องเรียนและการสั่งระงับโครงการชั่วคราว การทำความเข้าใจข้อกำหนดที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่โครงการในระยะยาว

บทความนี้จาก TNP Environment จะอธิบายเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศ วิธีการตรวจวัดที่ได้รับการรับรอง ตลอดจนขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้โครงการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้อง

เลือกอ่านตามหัวข้อ แสดง

ฝุ่น PM 2.5 และฝุ่น PM คืออะไร ?

เปรียบเทียบขนาดฝุ่น PM 2.5 กับฝุ่นละอองชนิดอื่น

ฝุ่น PM หรือ Particulate Matter คืออนุภาคของแข็งและหยดของเหลวขนาดเล็กที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ ส่วน PM 2.5 คือฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 25 เท่า อนุภาคขนาดจิ๋วนี้สามารถเล็ดลอดผ่านระบบกรองธรรมชาติของร่างกายเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือดได้โดยตรง

การแบ่งประเภทฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศจะใช้เกณฑ์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นหลัก โดยมีฝุ่นอีกกลุ่มคือ PM10 หรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน การทำความเข้าใจขนาดของฝุ่นแต่ละประเภทมีความสำคัญต่อการออกแบบระบบดักจับฝุ่นและการวิเคราะห์เพื่อทำรายงานการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

แหล่งกำเนิดที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองในชีวิตประจำวัน

ฝุ่นละออง PM 2.5 ในชีวิตประจำวันมีแหล่งกำเนิดหลักจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของยานพาหนะบนท้องถนน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยเขม่าดำและอนุภาคขนาดเล็กออกมาโดยตรง กิจกรรมต่าง ๆ ในอาคารบ้านเรือนอย่างการปรุงอาหารด้วยเตาแก๊ส การจุดธูปเทียน และการสูบบุหรี่ก็เป็นตัวการสำคัญที่สร้างมลพิษทางอากาศหมุนเวียนอยู่ภายในห้องพักอาศัย

พื้นที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่ตั้งใกล้ชุมชนเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดฝุ่นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียง กิจกรรมการบดอัดดิน การตัดคอนกรีต และการขนย้ายวัสดุโดยไม่มีระบบสเปรย์น้ำดับฝุ่น ล้วนปล่อยอนุภาคของแข็งสู่อากาศภายนอกอาคาร การติดตั้งระบบตรวจวัดฝุ่นบริเวณแนวรั้วโครงการจึงเป็นเครื่องมือควบคุมค่าฝุ่นไม่ให้เกินเกณฑ์ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาตรฐานควบคุมมลพิษ

 

ปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยรุนแรงแค่ไหน ?

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่น pm 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนติดอันดับประเทศที่มีมลพิษทางอากาศสูงในระดับโลกช่วงต้นปี ค่าฝุ่นเฉลี่ยในหลายพื้นที่สูงเกินเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลกหลายเท่าตัว ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาวะของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคกลางแจ้งอย่างเลี่ยงไม่ได้

ความรุนแรงนี้สะท้อนจากสถิติผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง รัฐบาลจึงปรับเกณฑ์มาตรฐานความเข้มข้นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นละอองชนิดนี้ลงเหลือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพื่อยกระดับการควบคุม การละเลยไม่ควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในโครงการก่อสร้างหรือสถานประกอบการจึงมีโทษทางกฎหมายควบคุมมลพิษที่เข้มงวดขึ้น

มลพิษทางอากาศของประเทศไทยในแต่ละพื้นที่

มลพิษทางอากาศของประเทศไทยมีความแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ฝุ่น PM 2.5 เป็นมลพิษหลักที่มีแหล่งกำเนิดเฉพาะตัวในแต่ละภูมิภาค

พื้นที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาฝุ่นละอองเขม่าควันหนาแน่นจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและการเกิดไฟป่าในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ฝั่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแหล่งกำเนิดหลักจากไอเสียการจราจรทางบกและการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่

ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม มักพบมลพิษทางเคมีและฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการในพื้นที่จำเป็นต้องทำการตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศจากปล่องระบายเพื่อจัดทำรายงานการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสนอต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ย้อนรอยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย 2566 จนถึงปัจจุบัน

วิกฤตการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยช่วงปี 2566 ถึงปัจจุบันมีระดับความรุนแรงพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนจากการสะสมของมลพิษทางอากาศในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลและปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ค่าฝุ่นเฉลี่ยในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและกรุงเทพมหานครพุ่งทะยานสูงกว่าเกณฑ์เดิมอย่างมาก ส่งผลให้ภาครัฐประกาศปรับลดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองเฉลี่ย 24 ชั่วโมงลงเหลือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 เพื่อยกระดับการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเข้มงวด

สถานการณ์ในปี 2567 ยังคงทวีความเข้มงวดด้านกฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการกับไอเสียอุตสาหกรรมและการก่อสร้างที่ปล่อยฝุ่นละอองสู่อากาศ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และโรงงานอุตสาหกรรมต้องส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมแก่หน่วยงานกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ

การเลือกใช้บริการห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เช่น ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชน เลขทะเบียน ว-318 โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองและจัดทำรายงานได้อย่างถูกต้องตามกรอบกฎหมายปัจจุบัน

 

มลพิษทางอากาศตอนนี้ส่งผลกระทบกับเราขนาดไหน ?

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในอากาศส่งผลกระทบสะสมต่อสุขภาพร่างกายและการดำเนินงานของภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่การเพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจและข้อบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันครอบคลุมหลายด้าน

  • การสะสมของอนุภาคขนาดเล็กในปอดส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตา คอ และผิวหนังในระยะสั้น พร้อมเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว
  • โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องชะลอตัวเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเพื่อลดการฟุ้งกระจายของมลพิษสู่ชุมชนรอบข้าง
  • โรงงานอุตสาหกรรมมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงระบบบำบัดอากาศและการตรวจสอบการระบายฝุ่นจากปล่องควัน

ผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงทางกฎหมายและปัญหาสุขภาพของบุคลากรได้ด้วยการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองและควบคุมประสิทธิภาพระบบกรองอากาศเสียอย่างสม่ำเสมอ

 

วิธีเช็คค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ดูยังไง ?

วิธีเช็คค่าฝุ่นละออง PM 2.5 จากเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ

การตรวจเช็คค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทำได้ทันทีโดยการติดตามข้อมูลรายงานดัชนีคุณภาพอากาศผ่านช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานภาครัฐ เช่น เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirVisual ซึ่งดึงข้อมูลโดยตรงจากสถานีตรวจวัดอ้างอิงมาตรฐานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

สำหรับโครงการก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม การเช็คค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงจะใช้ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นอุตสาหกรรมที่ติดตั้ง ณ จุดเปิดหน้างาน เครื่องมือเหล่านี้จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลสภาพอากาศแบบต่อเนื่องเพื่อนำค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองไปคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับประกอบการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมส่งต่อหน่วยงานผู้อนุมัติอนุญาต

ตัวเลขแต่ละสีที่บอกระดับความปลอดภัย

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไปของประเทศไทยกำหนดค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM 2.5 ไว้ 5 ระดับสี เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดความปลอดภัยต่อสุขภาพของพนักงานในพื้นที่ปฏิบัติงานและชุมชนรอบข้าง

การทำความเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรมสามารถวางแผนบริหารจัดการความปลอดภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองจะถูกแบ่งระดับความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานควบคุมคุณภาพอากาศฉบับปรับปรุงใหม่

สีดัชนีคุณภาพอากาศค่าฝุ่น PM 2.5
(ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
ระดับความปลอดภัยและการปฏิบัติตน
ฟ้า0.0 ถึง 15.0คุณภาพอากาศดีมาก เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท
เขียว15.1 ถึง 25.0คุณภาพอากาศดี ปฏิบัติงานกลางแจ้งได้ตามปกติ
เหลือง25.1 ถึง 37.5ปานกลาง ควรเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่ไวต่อมลพิษ
ส้ม37.6 ถึง 75.0เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรลดเวลาปฏิบัติงานกลางแจ้งหรือสวมหน้ากากอนามัย
แดง75.1 ขึ้นไปมีผลกระทบต่อสุขภาพ ต้องหยุดกิจกรรมกลางแจ้งหรือควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นทันที

สำหรับโครงการก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม การตรวจพบค่าฝุ่นในระดับสีส้มหรือสีแดงจำเป็นต้องสั่งควบคุมระบบพ่นละอองน้ำทันที มาตรการนี้ช่วยควบคุม ค่าฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง

อุปกรณ์ตรวจเช็คและที่วัดค่า PM แบบพกพาที่ช่วยรายงานผลแบบเรียลไทม์

เครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 แบบพกพาทำงานด้วยเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับการกระเจิงของแสงเลเซอร์ (Laser Scattering) ช่วยให้ผู้ควบคุมงานสามารถตรวจเช็คความเข้มข้นของฝุ่นในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงได้ทันที การรายงานผลแบบเรียลไทม์ช่วยให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประเมินความเสี่ยงและสั่งการควบคุมฝุ่นฟุ้งกระจายในไซต์ก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว

ตัวเครื่องจะเก็บบันทึกข้อมูลผลการวัดและส่งผ่านสัญญาณไร้สายไปยังระบบคลาวด์เพื่อจัดเก็บสถิติแบบรายนาที ข้อมูลดิบที่ได้นำไปใช้วิเคราะห์แนวโน้มเพื่อวางมาตรการป้องกันฝุ่นละอองในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ประกอบการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานราชการตามมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001

 

การตรวจวัดอากาศเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยในอาคารและโรงงาน

การตรวจวัดอากาศภายในอาคารเพื่อมาตรฐานความปลอดภัย

การตรวจวัดอากาศในพื้นที่ทำงานช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ที่สะสมในระบบทางเดินหายใจของบุคลากรในระยะยาว การระบุปริมาณมลพิษทางอากาศอย่างสม่ำเสมอเป็นหน้าที่ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการต้องตรวจประเมินความเข้มข้นของสารเคมีและฝุ่นละอองในบรรยากาศการทำงานเป็นประจำทุกปี

ขั้นตอนการประเมินจะใช้เครื่องมือตรวจวัดติดตั้ง ณ บริเวณที่พนักงานปฏิบัติงานจริงเพื่อเก็บตัวอย่างอากาศตลอดชั่วโมงการทำงาน ข้อมูลผลวิเคราะห์ที่ได้จะนำไปใช้ออกแบบระบบระบายอากาศ ปรับปรุงทิศทางลม หรือจัดหาหน้ากากกรองฝุ่นชนิด N95 ให้พนักงานสวมใส่อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2560

ดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมจาก TNP Environment

บริการตรวจวัดคุณภาพอากาศและฝุ่น PM 2.5 จาก TNP Environment

TNP มีบริการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในโครงการก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อป้องกันผลกระทบสะสมต่อชุมชน การเก็บตัวอย่างอากาศที่แม่นยำช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการปรับปรุงมาตรการหน้างานได้ทันที เช่น การติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำบริเวณพื้นที่ที่มีการขุดเจาะดิน

ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนของเราขึ้นทะเบียนเลขทะเบียน ว-318 โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมตรวจวัดระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และคุณภาพน้ำครบวงจร ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปจัดทำรายงานการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อรายงานผลตรงต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม

เราดำเนินงานวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยมุ่งเน้นความถูกต้องรวดเร็วตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย การรายงานผลที่เที่ยงตรงช่วยให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงที่จะถูกระงับการก่อสร้างชั่วคราว

 

สรุป

การควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ในพื้นที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ต้องรักษาค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่ให้เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาตรฐานควบคุมมลพิษ การตรวจวัดสภาพอากาศด้วยเครื่องมือมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและลดการฟุ้งกระจายของมลพิษสู่ชุมชนรอบข้าง

การเตรียมความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมทำได้ด้วยการเลือกใช้เครื่องมือตรวจวัดที่ได้มาตรฐานสากลและใช้บริการห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ขึ้นทะเบียน ว-318 อย่างถูกต้อง ข้อมูลที่เที่ยงตรงจากการเก็บตัวอย่างอากาศจะถูกนำไปจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อยื่นต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัยปี 2554

Facebook
Twitter
LinkedIn
Email

ต้องการตรวจวัด
สิ่งแวดล้อม?

ทีม TNP พร้อมให้คำปรึกษาฟรี + ใบเสนอราคาภายใน 24 ชม.

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง